หัวข้อวิจัย คือ สิ่งแรกที่สร้างความดึงดูดใจให้ผู้ที่กำลังสนใจศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่า การตั้งหัวข้อวิจัย เปรียบเสมือน การชี้เป็นชี้ตาย สําหรับนักวิจัยมือใหม่ทุกท่านก็ว่าได้
โดยเฉพาะ การศึกษาวิจัยในสิ่งที่สนใจจะทําให้ท่านได้เปรียบผู้วิจัยท่านอื่น และช่วยทำให้ท่านมีขอบเขตเนื้อหา เพื่อขอคำปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาได้อย่างชัดเจน และง่ายขึ้น หรือมีข้อมูลไว้สำหรับชี้แจงกับอาจารย์ได้อย่างมีความรู้ความเชี่ยวชาญ
ซึ่งในบทความนี้ เรามี “3 ทริคง่าย ๆในการตั้งหัวข้อวิจัยให้เหมาะกับคุณ” ที่จะช่วยส่งผลในการทำงานวิจัยมีความคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว และอาจจะช่วยให้งานวิจัยสําเร็จก่อนระยะเวลาที่กําหนด
ทริคแรกคือ “หา Passion ความชอบที่ตัวเองชอบให้ได้ก่อน”
“Passion คือ การหาความชอบ ความต้องการ คือสิ่งที่ตนเองสนใจ “
ซึ่ง จะทําให้ท่านได้เปรียบในการที่จะทําหัวข้อวิจัยดังกล่าว โดยที่ไม่เบื่อหรือว่าไม่ฝืนตัวเองมากจนเกินไป
เนื่องจากว่า การทําวิจัยนั้นถ้าท่านยิ่งทําหัวข้อที่ท่านมี Passion มีความชอบ ความใส่ใจ จะทําให้ท่านสามารถที่จะสามารถนำเสนอหัวข้อวิจัยกับอาจารย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
และจะช่วยทำให้ท่านสามารถที่จะกําหนดทิศทาง ขอบเขตในการศึกษางานวิจัยของตัวเองได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
อาทิเช่น ถ้าเรียนสาขาวิชาเกี่ยวกับการตลาด ควรจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับ สถาณการณ์ในปัจจุบัน คือ
– การศึกษาการตลาดออนไลน์
– แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน
– เทนด์ที่กำลังเป็นกระแสสังคม ฯ ปัจจุบัน
เป็นต้น
ท่านจะสามารถที่จะโฟกัสหัวข้องานวิจัยของท่านนั้น ให้อยู่ในแพลตฟอร์มและมีความสอดคล้องกับความนิยม ณ ปัจจุบัน ที่จะทําการวิจัยได้เป็นอย่างดี
ทริคที่ 2 คือ “กระแสความนิยมที่กำลังขึ้นในสังคม ณ ปัจจุบัน”
คือ ศึกษากระแสความนิยมที่กําลังเกิดขึ้นในสังคมในปัจจุบัน อย่างที่กล่าวข้างต้นก่อนหน้านี้ก็คือ การศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันว่า “แพลตฟอร์มไหนได้รับความนิยมบ้าง?” ซึ่งจะเชื่อมโยงมาอยู่ในเทคนิคที่ 2 ก็คือ
การที่ท่านเลือกศึกษาหัวข้อวิจัยที่ได้รับความสนใจ หรือกำลังเป็นกระแสสังคมในปัจจุบัน มันจะเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง ตรงที่ว่าท่านสามารถทำการสืบค้นข้อมูลที่จะนำมาสนับสนุนเนื้อหางานวิจัยของท่านได้อย่างเพียงพอ และข้อมูลที่ใช้ในการนําเสนอนั้นมีความเป็นปัจจุบัน
อีกทั้งข้อมูลดังกล่าวยังมี “กลุ่มตัวอย่าง” อย่างชัดเจน เพื่อที่จะกําหนดขอบเขตด้านพื้นที่ หรือขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่างได้
ซึ่งจะทําให้ท่านได้เปรียบตรงที่ว่า การกําหนดขอบเขตประชากรของท่านสามารถที่จะใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และมีจํานวนมากในการทําการศึกษาวิจัยได้เป็นอย่างดี
และทริคสุดท้าย คือ “คาดการณ์จากกระแส แนวโน้มเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น”
การคาดการณ์จากกระแสแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต บางครั้งแพลตฟอร์มที่จะเกิดขึ้น หรือว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมักจะเป็นกระแสที่เริ่มได้ยิน หรือว่าเริ่มจะมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจสําหรับการศึกษาเช่นกัน
เช่น กระแสของวิกฤตที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้ โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่เริ่มก่อตัว หรือมีแนวโน้ม ที่ส่อแววทิศทางว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในประเด็นหัวข้อวิจัยที่ท่านสนใจจะทำการศึกษาดังกล่าว จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว หรือว่าเกิดขึ้นอยู่
เนื่องจาก ในการศึกษาสิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น หรือมีการคาดการณ์จากกระแส แนวโน้มเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นสำหรับการศึกษาหัวข้อวิจัยเรื่องนั้นดังกล่าว จะทำให้ท่านมีผลข้อมูลที่มากพอที่ใช้ในการศึกษา และสามารถนำผลของข้อมูลการวิจัยที่ได้นั้นไปประยุกต์ใช้ได้ทันที
ซึ่ง จะทําให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น หรือคาดว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างทันสถานการณ์
ดังนั้น อาจจะกล่าวได้ว่าการตั้งหัวข้อใจที่เหมาะสมกับตัวท่านเองนั้น จึงจําเป็นที่จะต้องเลือกในสิ่งที่ท่านมีความสนใจเป็นหลัก อีกทั้งจะต้องอยู่ในกระแสที่กําลังจะเกิดขึ้น หรือคาดการณ์จากกระแสที่กําลังจะเกิดขึ้น เพื่อที่จะให้ท่านนั้นได้ตั้งหัวข้อวิจัยที่ท่านมีความต้องการและไม่ล้าสมัยจนเกินไป
สำหรับ 3 ทริคง่ายๆ ท่านสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการตั้งหัวข้อวิจัย เพื่อให้ท่านได้ทำงานวิจัยที่ชอบ เป็นประเด็นเนื้อหาที่เข้ากับกับแสสังคม และสามารถนำไปปรับใช้ หรือต่อยอดผลลัทธ์ในอนาคตได้อย่างคุ้มค่า
ช่องทางติดต่อ
Tel: 0924766638 คุณอาจุ้ย
อีเมล: ichalermlarp@gmail.com
LINE: @impressedu
(หยุดทุกวันอาทิตย์)