วิธี เขียน กิตติกรรมประกาศ วิจัย: วิธีทำทีละขั้น พร้อมเช็กลิสต์ตรวจงาน

วิธี เขียน กิตติกรรมประกาศ วิจัย: วิธีทำทีละขั้น พร้อมเช็กลิสต์ตรวจงาน

การเขียนงานวิจัยเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความพยายาม การสนับสนุน และความร่วมมือจากหลายฝ่าย แต่บ่อยครั้งที่นักวิจัยหลายคนมักจะมองข้ามหรือรู้สึกสับสนกับการเขียนส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ กิตติกรรมประกาศ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับแสดงความขอบคุณต่อผู้มีส่วนร่วมและผู้สนับสนุนทุกท่าน

หากคุณกำลังเผชิญกับคำถามที่ว่า “จะเริ่มต้นเขียนกิตติกรรมประกาศอย่างไรดี?” “ใครบ้างที่ควรกล่าวถึง?” หรือ “ควรใช้ภาษาแบบไหน?” คุณมาถูกที่แล้ว บทความนี้จะทำหน้าที่เป็นคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักการและขั้นตอนการเขียนกิตติกรรมประกาศงานวิจัยอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างและเช็กลิสต์ตรวจงาน เพื่อให้คุณสามารถสร้างสรรค์กิตติกรรมประกาศที่ถูกต้อง ครบถ้วน และน่าประทับใจได้อย่างมั่นใจ

กิตติกรรมประกาศคืออะไร: ความสำคัญและจุดประสงค์

กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements) คือส่วนหนึ่งของงานวิจัย วิทยานิพนธ์ หรือสารนิพนธ์ ที่ผู้เขียนใช้เพื่อแสดงความขอบคุณต่อบุคคล สถาบัน หรือแหล่งทุน ที่มีส่วนช่วยเหลือ สนับสนุน หรืออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานวิจัยนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม

จุดประสงค์หลักของกิตติกรรมประกาศ:

  1. แสดงความกตัญญูและขอบคุณ: เป็นการแสดงออกถึงความซาบซึ้งในความช่วยเหลือและกำลังใจที่ได้รับ
  2. รับทราบการสนับสนุน: เป็นการบันทึกอย่างเป็นทางการถึงแหล่งที่มาของการสนับสนุนทางการเงิน ทรัพยากร หรือข้อมูล
  3. สร้างความน่าเชื่อถือ: การกล่าวถึงผู้มีส่วนร่วมอย่างเหมาะสมช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของงานวิจัย
  4. สะท้อนจริยธรรมทางวิชาการ: เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตามหลักจริยธรรมในการทำงานวิจัย โดยการให้เครดิตแก่ผู้ที่สมควรได้รับ

การเขียนกิตติกรรมประกาศที่ดีจึงไม่ใช่เพียงแค่การเขียนขอบคุณทั่วไป แต่เป็นการสะท้อนถึงความเข้าใจในคุณค่าของการทำงานร่วมกันและความรับผิดชอบทางวิชาการ หากคุณต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนประกอบสำคัญอื่น ๆ ของงานวิจัย สามารถดูได้ที่ คู่มือบทคัดย่อ คำนำ และกิตติกรรมประกาศ ฉบับสมบูรณ์

ใครบ้างที่ควรได้รับการกล่าวถึงในกิตติกรรมประกาศ?

การระบุผู้ที่ควรได้รับการขอบคุณเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ควรพิจารณาถึงผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้งานวิจัยของคุณสำเร็จลุล่วง โดยทั่วไปแล้ว บุคคลหรือหน่วยงานที่ควรกล่าวถึง ได้แก่:

  • อาจารย์ที่ปรึกษา: ผู้ให้คำแนะนำ แนวคิด และแก้ไขงานวิจัยอย่างใกล้ชิด ถือเป็นบุคคลสำคัญที่สุด
  • คณะกรรมการสอบ: ผู้ให้ข้อเสนอแนะและคำวิจารณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงงานวิจัย
  • แหล่งทุนสนับสนุน: สถาบัน องค์กร หรือหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทางการเงิน ทุนวิจัย หรือทุนการศึกษา
  • ผู้เชี่ยวชาญ/ผู้ทรงคุณวุฒิ: ผู้ให้คำปรึกษาเฉพาะด้าน ให้ข้อมูล หรือช่วยตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา
  • ผู้ร่วมวิจัย/ผู้ช่วยวิจัย: ผู้ที่ทำงานร่วมกันในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล หรือช่วยเหลืองานอื่น ๆ
  • ผู้ให้ข้อมูล/กลุ่มตัวอย่าง: บุคคลหรือกลุ่มคนที่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลหรือเข้าร่วมการวิจัย (หากเหมาะสมและไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว)
  • เพื่อนร่วมงาน/เพื่อนร่วมชั้น: ผู้ที่ให้กำลังใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือช่วยเหลืองานเล็ก ๆ น้อย ๆ
  • ครอบครัว/คนใกล้ชิด: ผู้ที่ให้กำลังใจ สนับสนุนทางอารมณ์ หรืออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
  • หน่วยงาน/ห้องปฏิบัติการ: สถาบันที่อนุญาตให้ใช้สถานที่ อุปกรณ์ หรือทรัพยากรในการวิจัย

สิ่งสำคัญคือการกล่าวถึงอย่างเจาะจงถึงบทบาทหรือความช่วยเหลือที่ได้รับจากแต่ละบุคคลหรือหน่วยงาน เพื่อให้กิตติกรรมประกาศมีความหมายและจริงใจ

โครงสร้างและองค์ประกอบสำคัญของกิตติกรรมประกาศ

แม้จะไม่มีกฎตายตัว แต่กิตติกรรมประกาศที่ดีมักมีโครงสร้างที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจและรับรู้ถึงความขอบคุณที่คุณต้องการสื่อสาร โครงสร้างทั่วไปประกอบด้วย:

  1. คำนำ (Opening Statement):
    • เริ่มต้นด้วยการแสดงความขอบคุณโดยรวมต่อผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด
    • อาจกล่าวถึงความสำเร็จของงานวิจัยที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากการสนับสนุน
  2. เนื้อหาหลัก (Main Body – Categorized Thanks):
    • อาจารย์ที่ปรึกษา: ควรกล่าวถึงเป็นอันดับแรก ๆ แสดงความขอบคุณสำหรับคำแนะนำ แนวคิด การแก้ไข และการสนับสนุนตลอดกระบวนการวิจัย
    • แหล่งทุน: ระบุชื่อองค์กรหรือหน่วยงานที่ให้ทุนสนับสนุน พร้อมทั้งประเภทของทุน (เช่น ทุนวิจัย ทุนการศึกษา)
    • คณะกรรมการสอบ/ผู้เชี่ยวชาญ: ขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะ คำแนะนำ หรือการตรวจสอบที่ช่วยให้งานวิจัยสมบูรณ์ขึ้น
    • ผู้ร่วมวิจัย/ผู้ให้ข้อมูล: ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ การให้ข้อมูล หรือการอำนวยความสะดวกในการเก็บข้อมูล
    • เพื่อนร่วมงาน/เพื่อน: ขอบคุณสำหรับกำลังใจ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือความช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ
    • ครอบครัว/คนใกล้ชิด: ขอบคุณสำหรับกำลังใจ การสนับสนุนทางอารมณ์ และความเข้าใจ
  3. คำลงท้าย (Closing Statement):
    • อาจกล่าวสรุปถึงความรับผิดชอบของผู้เขียนต่อข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในงานวิจัย
    • ลงท้ายด้วยการแสดงความขอบคุณอีกครั้ง หรือคำอวยพร
    • ลงชื่อผู้เขียนงานวิจัย

การจัดลำดับความสำคัญในการกล่าวถึงมักจะเริ่มจากผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุด (เช่น อาจารย์ที่ปรึกษา) ไปยังผู้ที่มีบทบาทรองลงมา เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพความสำคัญของการสนับสนุนแต่ละส่วนได้อย่างชัดเจน สำหรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับส่วนนี้ สามารถดูได้ที่หน้า กิตติกรรมประกาศ ของเรา

วิธีเขียนกิตติกรรมประกาศวิจัยทีละขั้นตอน

การเขียนกิตติกรรมประกาศไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยาก หากคุณทำตามขั้นตอนเหล่านี้:

ขั้นที่ 1: รวบรวมรายชื่อผู้มีส่วนร่วม

เริ่มต้นด้วยการจดรายชื่อทุกคนและทุกหน่วยงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องหรือให้ความช่วยเหลือในงานวิจัยของคุณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ลองนึกย้อนตั้งแต่เริ่มคิดหัวข้อวิจัยจนกระทั่งเขียนเสร็จ

ตัวอย่าง:

  • อาจารย์ที่ปรึกษา: รศ.ดร.สมชาย ใจดี
  • คณะกรรมการสอบ: ศ.ดร.มานะ พากเพียร, ผศ.ดร.สุดา เก่งกาจ
  • แหล่งทุน: สำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (สกว.)
  • ผู้เชี่ยวชาญ: คุณหมอวิชัย สุขภาพดี (ให้คำปรึกษาด้านสถิติ)
  • ผู้ให้ข้อมูล: ผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวน 50 ท่าน
  • เพื่อน: นายธนาคาร เก่งจริง (ช่วยตรวจสอบไวยากรณ์)
  • ครอบครัว: คุณพ่อคุณแม่

ขั้นที่ 2: จัดหมวดหมู่และลำดับความสำคัญ

เมื่อได้รายชื่อแล้ว ให้จัดกลุ่มผู้มีส่วนร่วมตามประเภทความช่วยเหลือ และจัดลำดับความสำคัญในการกล่าวถึง โดยทั่วไปจะเรียงจากผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดไปหาผู้ที่มีบทบาทรองลงมา

ลำดับตัวอย่าง:

  1. อาจารย์ที่ปรึกษา
  2. แหล่งทุน
  3. คณะกรรมการสอบ/ผู้เชี่ยวชาญ
  4. ผู้ร่วมวิจัย/ผู้ให้ข้อมูล
  5. เพื่อนร่วมงาน/เพื่อน
  6. ครอบครัว/คนใกล้ชิด

ขั้นที่ 3: ร่างเนื้อหาสำหรับแต่ละกลุ่ม

เขียนข้อความขอบคุณสำหรับแต่ละกลุ่มหรือบุคคล โดยระบุให้ชัดเจนว่าพวกเขาให้ความช่วยเหลือในด้านใดบ้าง พยายามใช้ภาษาที่จริงใจและเฉพาะเจาะจง หลีกเลี่ยงข้อความที่ดูเป็นทางการมากเกินไปจนขาดความรู้สึก

ตัวอย่างการร่าง:

  • อาจารย์ที่ปรึกษา (รศ.ดร.สมชาย ใจดี): “ขอขอบพระคุณ รศ.ดร.สมชาย ใจดี อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ได้ให้คำแนะนำ แนวคิดอันเป็นประโยชน์ ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ด้วยความเอาใจใส่ ทำให้งานวิจัยนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี”
  • แหล่งทุน (สกว.): “ขอขอบคุณสำนักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ (สกว.) ที่ให้การสนับสนุนทุนวิจัย ทำให้สามารถดำเนินงานวิจัยได้อย่างราบรื่น”
  • ผู้ให้ข้อมูล (ผู้ป่วยโรคเบาหวาน): “ขอขอบคุณผู้ป่วยโรคเบาหวานทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่าในการให้ข้อมูล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการศึกษาครั้งนี้”

ขั้นที่ 4: เขียนคำเปิดและคำปิด

สร้างประโยคเปิดและประโยคปิดที่กระชับและสุภาพ เพื่อเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

ตัวอย่างคำเปิด: “งานวิจัยฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยความอนุเคราะห์และการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ผู้วิจัยขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้”

ตัวอย่างคำปิด: “คุณูปการอันใดอันพึงมีจากงานวิจัยฉบับนี้ ผู้วิจัยขอน้อมอุทิศแด่ผู้มีอุปการคุณทุกท่าน ส่วนข้อผิดพลาดประการใด ผู้วิจัยขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว”

ขั้นที่ 5: ตรวจสอบความถูกต้องและเหมาะสม

อ่านทบทวนกิตติกรรมประกาศทั้งหมด ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง และหน่วยงาน ตรวจสอบไวยากรณ์ การสะกดคำ และความเหมาะสมของภาษา ควรใช้ภาษาที่สุภาพ เป็นทางการ แต่ยังคงความจริงใจ

การเขียนกิตติกรรมประกาศที่ดีต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดเช่นเดียวกับการเขียนส่วนอื่น ๆ ของงานวิจัย หากคุณต้องการศึกษาตัวอย่างและแนวทางการเขียนเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่บทความ การเขียนกิตติกรรมประกาศ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเขียนกิตติกรรมประกาศและวิธีแก้ไข

แม้จะดูเป็นส่วนที่ไม่ซับซ้อน แต่ก็มีข้อผิดพลาดบางประการที่นักวิจัยมักพบเจอ:

  1. ลืมกล่าวถึงบุคคลสำคัญ:
    • ปัญหา: การลืมขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษา แหล่งทุน หรือผู้ให้ข้อมูลหลัก อาจทำให้งานดูไม่สมบูรณ์และขาดความเคารพ
    • วิธีแก้ไข: ทำรายการผู้มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น และทบทวนหลายครั้งก่อนส่งงาน
  2. ใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม:
    • ปัญหา: ใช้ภาษาที่ไม่เป็นทางการมากเกินไป หรือเป็นทางการมากเกินไปจนดูไม่จริงใจ
    • วิธีแก้ไข: รักษาสมดุลระหว่างความเป็นทางการและความจริงใจ ใช้คำที่สุภาพแต่แสดงความรู้สึกขอบคุณอย่างชัดเจน
  3. ข้อความซ้ำซากหรือคลุมเครือ:
    • ปัญหา: ขอบคุณทุกคนด้วยข้อความเดียวกัน หรือใช้คำขอบคุณที่กว้าง ๆ ไม่เจาะจง
    • วิธีแก้ไข: ระบุให้ชัดเจนว่าแต่ละคนหรือแต่ละหน่วยงานให้ความช่วยเหลือในด้านใดบ้าง เพื่อให้ผู้อ่านเห็นคุณค่าของการสนับสนุนนั้น ๆ
  4. สะกดชื่อ/ตำแหน่งผิด:
    • ปัญหา: การสะกดชื่อ นามสกุล หรือตำแหน่งผิด ถือเป็นการไม่ให้เกียรติอย่างร้ายแรง
    • วิธีแก้ไข: ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดอย่างละเอียดหลายครั้ง
  5. ความยาวไม่เหมาะสม:
    • ปัญหา: กิตติกรรมประกาศที่ยาวเกินไปอาจทำให้ผู้อ่านเบื่อหน่าย หรือสั้นเกินไปจนดูเหมือนไม่ใส่ใจ
    • วิธีแก้ไข: เขียนให้กระชับ ได้ใจความ แต่ครอบคลุมผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 1-2 หน้ากระดาษ

เช็กลิสต์ตรวจงาน: กิตติกรรมประกาศของคุณสมบูรณ์แล้วหรือยัง?

ใช้เช็กลิสต์นี้เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของกิตติกรรมประกาศของคุณก่อนส่งงาน:

  • คุณได้กล่าวถึงอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วหรือไม่?
  • คุณได้กล่าวถึงแหล่งทุน (ถ้ามี) อย่างชัดเจนแล้วหรือไม่?
  • คุณได้กล่าวถึงคณะกรรมการสอบหรือผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำแนะนำแล้วหรือไม่?
  • คุณได้กล่าวถึงผู้ร่วมวิจัย ผู้ช่วยวิจัย หรือผู้ให้ข้อมูลแล้วหรือไม่?
  • คุณได้กล่าวถึงเพื่อนร่วมงาน เพื่อน หรือครอบครัวที่ให้กำลังใจแล้วหรือไม่?
  • คุณได้ตรวจสอบการสะกดชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง และหน่วยงานทั้งหมดแล้วหรือไม่?
  • ข้อความขอบคุณมีความเฉพาะเจาะจงและระบุถึงความช่วยเหลือที่ได้รับอย่างชัดเจนหรือไม่?
  • ภาษาที่ใช้มีความสุภาพ เป็นทางการ และจริงใจเหมาะสมกับงานวิชาการหรือไม่?
  • กิตติกรรมประกาศมีความยาวที่เหมาะสม (ไม่ยาวหรือสั้นเกินไป) หรือไม่?
  • คุณได้ระบุความรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในงานวิจัยแล้วหรือไม่?
  • คุณได้ลงชื่อผู้เขียนงานวิจัยแล้วหรือไม่?

จริยธรรมในการเขียนกิตติกรรมประกาศและการขอความช่วยเหลือ

ในโลกวิชาการ การรักษาจริยธรรมเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง กิตติกรรมประกาศเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงความซื่อสัตย์ทางวิชาการของผู้เขียน การขอความช่วยเหลือในการทำวิจัยเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของจริยธรรม

หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการทำวิจัย ควรพิจารณาบริการที่โปร่งใสและถูกต้องตามหลักวิชาการ เช่น:

  • บริการที่ปรึกษางานวิจัย: ผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำแนะนำด้านระเบียบวิธีวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการเขียน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะของคุณเอง
  • การสอนหรือโค้ชชิ่ง: การเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์เพื่อพัฒนาความสามารถในการทำวิจัยด้วยตนเอง
  • การเลือกผู้ช่วยที่โปร่งใส: หากจำเป็นต้องจ้างผู้ช่วย (เช่น สำหรับการถอดเทป การป้อนข้อมูล หรือการพิสูจน์อักษร) ต้องแน่ใจว่าบทบาทของพวกเขาชัดเจนและไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างเนื้อหาหลักของงานวิจัย และต้องกล่าวถึงการช่วยเหลือนี้ในกิตติกรรมประกาศอย่างชัดเจน

สิ่งสำคัญคือ งานวิจัยต้องเป็นผลงานของคุณเอง การให้เครดิตแก่ผู้ที่ช่วยเหลืออย่างเหมาะสมในกิตติกรรมประกาศเป็นการแสดงออกถึงความซื่อสัตย์และจริยธรรมทางวิชาการสูงสุด หลักการเดียวกันนี้ยังใช้ได้กับการเขียนกิตติกรรมประกาศในรายงานประเภทอื่น ๆ เช่น กิตติกรรมประกาศสำหรับการฝึกงาน ซึ่งเน้นการขอบคุณผู้ให้โอกาสและผู้สอนงาน

การเขียนกิตติกรรมประกาศอาจดูเป็นส่วนเล็ก ๆ ของงานวิจัย แต่กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแสดงออกถึงความเคารพและความซาบซึ้งต่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคุณ หวังว่าคู่มือนี้จะเป็นประโยชน์ในการช่วยให้คุณเขียนกิตติกรรมประกาศได้อย่างมั่นใจและเป็นมืออาชีพ

คำถามที่พบบ่อย

ควรเขียนกิตติกรรมประกาศยาวแค่ไหน?

โดยทั่วไป กิตติกรรมประกาศควรมีความยาวประมาณ 1-2 หน้ากระดาษ A4 ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ที่ต้องการขอบคุณ สิ่งสำคัญคือต้องกระชับ ได้ใจความ และครอบคลุมผู้มีส่วนร่วมทั้งหมด โดยไม่ยืดเยื้อหรือสั้นเกินไปจนขาดรายละเอียด

จำเป็นต้องขอบคุณครอบครัวหรือเพื่อนสนิทด้วยหรือไม่?

การขอบคุณครอบครัวหรือเพื่อนสนิทเป็นเรื่องที่ทำได้และเป็นที่นิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาให้การสนับสนุนทางอารมณ์ กำลังใจ หรือความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีส่วนช่วยให้คุณมีสมาธิกับการทำงานวิจัยได้ดีขึ้น การกล่าวถึงพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและมุมมองที่รอบด้าน

ถ้าลืมขอบคุณใครไปแล้วจะทำอย่างไร?

หากคุณเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมขอบคุณบุคคลสำคัญไป และงานวิจัยยังไม่ได้ถูกตีพิมพ์หรือส่งฉบับสมบูรณ์ คุณควรเพิ่มชื่อบุคคลนั้นเข้าไปทันที แต่หากงานได้ถูกเผยแพร่ไปแล้ว การแก้ไขอาจทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนส่งงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ควรใช้ภาษาที่เป็นทางการหรือเป็นกันเองดี?

ควรใช้ภาษาที่สุภาพ เป็นทางการ แต่ยังคงความจริงใจและแสดงออกถึงความรู้สึกขอบคุณอย่างชัดเจน หลีกเลี่ยงภาษาที่ดูเป็นกันเองมากเกินไปจนไม่เหมาะสมกับงานวิชาการ แต่ก็ไม่ควรเป็นทางการจนแข็งกระด้างและขาดความรู้สึก

กิตติกรรมประกาศควรอยู่ส่วนไหนของงานวิจัย?

โดยทั่วไป กิตติกรรมประกาศจะอยู่หลังบทคัดย่อและคำนำ แต่ก่อนหน้าสารบัญและเนื้อหาหลักของงานวิจัย ตำแหน่งที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปเล็กน้อยตามข้อกำหนดของแต่ละสถาบันหรือวารสาร

Scroll to Top