ปัญหาที่นักศึกษาและนักวิชาการต้องเผชิญ: ความกังวลเรื่อง Turnitin
ในโลกของการศึกษาและงานวิจัย การส่งผลงานวิชาการไม่ว่าจะเป็นรายงาน วิทยานิพนธ์ หรือบทความ มักมาพร้อมกับความท้าทายอย่างหนึ่ง นั่นคือการตรวจสอบด้วยโปรแกรม Turnitin หลายคนอาจรู้สึกกังวลเมื่อเห็นค่าความคล้ายคลึง (Similarity Score) ที่ปรากฏในรายงาน หรือไม่เข้าใจว่าตัวเลขเหล่านั้นหมายถึงอะไรกันแน่ ความไม่เข้าใจนี้อาจนำไปสู่ความเครียด ความสับสน และบางครั้งก็อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการตีความผล ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการนำเสนอผลงาน
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจพื้นฐานและคำจำกัดความที่สำคัญของ Turnitin อย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้จริงได้อย่างถูกต้อง มีจริยธรรม และปราศจากความกังวล เราจะเจาะลึกตั้งแต่หลักการทำงาน การตีความรายงาน ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและแนวทางแก้ไข เพื่อให้คุณสามารถพัฒนาทักษะการเขียนเชิงวิชาการและส่งผลงานได้อย่างมั่นใจ
Turnitin คืออะไร? ทำไมต้องรู้จัก?
Turnitin คือแพลตฟอร์มชั้นนำระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อช่วยส่งเสริมความซื่อสัตย์ทางวิชาการ โดยมีฟังก์ชันหลักคือการตรวจสอบความคล้ายคลึงของข้อความ (Text Similarity Detection) และการให้ข้อเสนอแนะด้านการเขียนแก่นักศึกษาและอาจารย์
ทำไมเราจึงต้องรู้จัก Turnitin?
- รักษามาตรฐานทางวิชาการ: Turnitin ช่วยให้สถาบันการศึกษาและวารสารวิชาการมั่นใจได้ว่าผลงานที่ส่งเข้ามาเป็นผลงานต้นฉบับ และมีการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างถูกต้องตามหลักจริยธรรม.
- เครื่องมือการเรียนรู้: สำหรับนักศึกษา Turnitin ไม่ใช่แค่เครื่องมือจับผิด แต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเขียนเชิงวิชาการ การอ้างอิง และการสังเคราะห์ข้อมูลให้เป็นของตนเอง.
- ป้องกันการคัดลอกผลงาน: ช่วยให้นักศึกษาตระหนักถึงความสำคัญของการเขียนด้วยตนเอง และหลีกเลี่ยงการคัดลอกผลงานของผู้อื่นโดยไม่เจตนาหรือไม่เข้าใจ.
การทำความเข้าใจ Turnitin จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่อยู่ในแวดวงวิชาการ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้ได้อย่างเต็มที่และถูกต้อง
หลักการทำงานของ Turnitin: ตรวจจับอะไรบ้าง?
Turnitin ทำงานโดยการเปรียบเทียบข้อความในเอกสารที่คุณส่งเข้าสู่ระบบ กับฐานข้อมูลขนาดใหญ่และหลากหลายแหล่งที่มา ซึ่งประกอบด้วย:
- เนื้อหาจากอินเทอร์เน็ต: เว็บไซต์ บล็อก ข่าวสาร บทความออนไลน์ และแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ ที่ Turnitin สามารถเข้าถึงได้.
- ฐานข้อมูลวารสารและบทความวิชาการ: บทความจากวารสารที่ได้รับการตีพิมพ์ หนังสือ และสิ่งพิมพ์ทางวิชาการจำนวนมากจากสำนักพิมพ์และผู้ให้บริการฐานข้อมูลชั้นนำทั่วโลก.
- งานของนักศึกษาที่เคยส่งเข้าสู่ระบบ Turnitin: เอกสารรายงาน วิทยานิพนธ์ หรือบทความที่นักศึกษาคนอื่นๆ เคยส่งผ่านระบบ Turnitin ของสถาบันต่างๆ ทั่วโลก.
เมื่อเอกสารของคุณถูกอัปโหลด ระบบจะทำการวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อระบุส่วนของข้อความที่มีความคล้ายคลึงหรือเหมือนกับแหล่งข้อมูลในฐานข้อมูล จากนั้นจะสร้าง รายงานความคล้ายคลึง (Similarity Report) ขึ้นมา ซึ่งจะแสดงเปอร์เซ็นต์ความคล้ายคลึงและระบุแหล่งที่มาของข้อความที่ตรงกัน
ค่าความคล้ายคลึง (Similarity Score) คืออะไร? และสำคัญอย่างไร?
ค่าความคล้ายคลึง หรือ Similarity Score คือค่าเปอร์เซ็นต์ที่ Turnitin คำนวณได้จากปริมาณข้อความในเอกสารของคุณที่มีความคล้ายคลึงหรือตรงกับแหล่งข้อมูลในฐานข้อมูลของ Turnitin ค่านี้จะปรากฏเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์ เช่น 15%, 25% หรือ 40%
ความสำคัญของ Similarity Score:
- ไม่ใช่ตัวชี้วัดการคัดลอกโดยตรง: สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำความเข้าใจคือ Similarity Score ไม่ใช่ ตัวบ่งชี้โดยตรงว่าคุณได้คัดลอกผลงาน (Plagiarism) หรือไม่ ค่าเปอร์เซ็นต์ที่สูงไม่ได้หมายความว่าคุณทุจริตทางวิชาการเสมอไป และค่าเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำก็ไม่ได้หมายความว่างานของคุณสมบูรณ์แบบเสมอไป.
- เป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ: ค่านี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนหรือจุดเริ่มต้นที่อาจารย์หรือผู้ตรวจจะใช้ในการตรวจสอบรายละเอียดของรายงานความคล้ายคลึง เพื่อพิจารณาว่าข้อความที่ตรงกันนั้นเป็นการอ้างอิงที่ถูกต้อง การถอดความที่ไม่สมบูรณ์ หรือการคัดลอกผลงาน.
- ค่าที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับบริบท: ไม่มีค่า Similarity Score มาตรฐานที่ “ถูกต้อง” สำหรับทุกงานหรือทุกสถาบัน ค่าที่ยอมรับได้จะแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถาบัน คณะ หรือแม้กระทั่งตามประเภทของงานวิชาการและคำแนะนำของอาจารย์ผู้สอน.
ดังนั้น การให้ความสำคัญกับค่าเปอร์เซ็นต์เพียงอย่างเดียวโดยไม่พิจารณารายละเอียดในรายงานความคล้ายคลึง จึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน การทำความเข้าใจรายงานอย่างละเอียดต่างหากคือกุญแจสำคัญ
การตีความรายงาน Turnitin: ไม่ใช่แค่ตัวเลข
การตีความรายงาน Turnitin อย่างถูกต้องเป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าส่วนใดของงานที่ต้องปรับปรุง และส่วนใดที่ถูกต้องตามหลักวิชาการแล้ว รายงานความคล้ายคลึงไม่ได้มีแค่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ แต่ยังมีรายละเอียดที่สำคัญอีกมากมาย
องค์ประกอบสำคัญในรายงานความคล้ายคลึง:
-
ภาพรวมแหล่งที่มา (Source Overview): ส่วนนี้จะแสดงรายการแหล่งที่มาทั้งหมดที่ Turnitin ตรวจพบว่ามีข้อความคล้ายคลึงกับงานของคุณ คุณสามารถคลิกดูรายละเอียดของแต่ละแหล่งที่มาได้ เพื่อดูว่าข้อความส่วนใดที่ตรงกัน.
-
ข้อความที่ถูกเน้น (Highlighted Text): ในเอกสารของคุณ ข้อความที่ Turnitin ตรวจพบว่าคล้ายคลึงกับแหล่งที่มาจะถูกเน้นด้วยสีต่างๆ พร้อมระบุหมายเลขหรือชื่อแหล่งที่มาที่ตรงกัน การดูส่วนนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่าข้อความส่วนใดที่อาจต้องแก้ไข.
-
การยกเว้นบรรณานุกรมและคำพูด (Exclude Bibliography/Quotes): Turnitin มีฟังก์ชันที่ช่วยให้คุณสามารถยกเว้นส่วนของบรรณานุกรม รายการอ้างอิง หรือข้อความที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดออกจากการคำนวณค่าความคล้ายคลึงได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการอ้างอิงและคำพูดโดยตรงที่ถูกต้องตามรูปแบบจะไม่ถือเป็นการคัดลอกผลงาน
หากคุณต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการอ้างอิงและบรรณานุกรมอย่างลึกซึ้ง สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ คู่มืออ้างอิง บรรณานุกรม และรูปเล่ม ฉบับสมบูรณ์
ตัวอย่างการตีความ:
- กรณีที่ 1: ค่าสูงแต่ถูกต้อง: หากงานของคุณมีค่าความคล้ายคลึงสูง แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าส่วนใหญ่เป็นข้อความที่อ้างอิงโดยตรงและใส่เครื่องหมายคำพูด (Quotation Marks) อย่างถูกต้อง หรือเป็นส่วนของบรรณานุกรมที่ไม่ได้ถูกยกเว้น นั่นอาจไม่ใช่ปัญหา.
- กรณีที่ 2: ค่าสูงและต้องแก้ไข: หากพบว่าข้อความที่ถูกเน้นเป็นส่วนที่คุณถอดความ (Paraphrase) มาจากแหล่งอื่น แต่ยังคงใช้โครงสร้างประโยคหรือคำศัพท์ที่คล้ายคลึงกับต้นฉบับมากเกินไป หรือเป็นข้อความที่คุณลืมอ้างอิง นี่คือจุดที่คุณต้องปรับปรุง.
การทำความเข้าใจรายงานอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณสามารถปรับปรุงงานได้อย่างตรงจุด และมั่นใจได้ว่างานของคุณมีคุณภาพและเป็นไปตามหลักจริยธรรมทางวิชาการ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Turnitin และวิธีแก้ไข
แม้ Turnitin จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ แต่ก็มีข้อผิดพลาดบางประการที่นักศึกษาและนักวิชาการมักจะทำโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งส่งผลให้ค่าความคล้ายคลึงสูงเกินไป หรือถูกตีความผิดพลาดได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:
-
การอ้างอิงไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน: การคัดลอกข้อความโดยตรงแต่ลืมใส่เครื่องหมายคำพูด หรือการถอดความแล้วแต่ลืมระบุแหล่งที่มา เป็นข้อผิดพลาดพื้นฐานที่พบบ่อยที่สุด. การเขียนบรรณานุกรมเว็บไซต์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้าม ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ บรรณานุกรม เว็บไซต์ และ เขียนบรรณานุกรม เว็บไซต์
-
การถอดความ (Paraphrasing) ที่ไม่สมบูรณ์: การเปลี่ยนคำศัพท์เพียงเล็กน้อยในประโยคโดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างหรือความเข้าใจหลักของเนื้อหา ยังคงถูก Turnitin ตรวจพบว่ามีความคล้ายคลึงสูงได้. การถอดความที่ดีต้องเป็นการนำแนวคิดมาเขียนใหม่ด้วยสำนวนและโครงสร้างประโยคของตนเองอย่างแท้จริง.
-
การนำงานของตนเองมาใช้ซ้ำ (Self-Plagiarism): การนำส่วนหนึ่งส่วนใดของงานวิชาการที่เคยส่งไปแล้ว (เช่น รายงานในวิชาอื่น) มาใช้ในงานใหม่โดยไม่ระบุแหล่งที่มา หรือขออนุญาตจากอาจารย์ผู้สอน ถือเป็นการคัดลอกผลงานตนเอง ซึ่งผิดหลักจริยธรรมทางวิชาการ.
-
การไม่ยกเว้นบรรณานุกรมและคำพูด: หากไม่ได้ตั้งค่าให้ Turnitin ยกเว้นส่วนของบรรณานุกรม รายการอ้างอิง หรือข้อความที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูด ค่าความคล้ายคลึงจะสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น.
-
การใช้แหล่งข้อมูลจำนวนมากเกินไปโดยไม่มีการสังเคราะห์: การนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาเรียงต่อกันโดยไม่มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือแสดงความคิดเห็นของตนเอง จะทำให้งานดูเหมือนการรวบรวมข้อมูลมากกว่าการสร้างองค์ความรู้ใหม่.
วิธีแก้ไขและปรับปรุง:
- ทำความเข้าใจรูปแบบการอ้างอิง: ศึกษาและปฏิบัติตามรูปแบบการอ้างอิงที่สถาบันกำหนดอย่างเคร่งครัด (เช่น APA, MLA, Chicago).
- ฝึกฝนการถอดความ: ฝึกการอ่าน ทำความเข้าใจ และเขียนสรุปเนื้อหาด้วยสำนวนของตนเองอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคำศัพท์.
- ระบุแหล่งที่มาเสมอ: ไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงโดยตรง การถอดความ หรือการสรุป ต้องระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจน.
- ตรวจสอบการตั้งค่า Turnitin: ก่อนส่งงาน ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ตั้งค่าให้ยกเว้นบรรณานุกรมและคำพูดแล้ว.
- ทบทวนงานอย่างละเอียด: อ่านรายงานความคล้ายคลึงอย่างถี่ถ้วน เพื่อระบุจุดที่ต้องแก้ไขและปรับปรุง. หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ วิธีแก้ turnitin ให้ผ่าน
จริยธรรมทางวิชาการกับการใช้ Turnitin
Turnitin เป็นเครื่องมือที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อส่งเสริมจริยธรรมทางวิชาการ ไม่ใช่เพื่อลงโทษ การทำความเข้าใจและใช้ Turnitin อย่างถูกต้องจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวัฒนธรรมความซื่อสัตย์ทางวิชาการ
ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ (Academic Integrity) คือหลักการพื้นฐานที่เน้นความซื่อตรง ความรับผิดชอบ และความเคารพในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น การเขียนงานวิชาการอย่างมีจริยธรรมหมายถึงการยอมรับและให้เครดิตแก่แหล่งที่มาของข้อมูลทุกครั้ง การนำเสนอแนวคิดของตนเอง และการสร้างองค์ความรู้ใหม่บนพื้นฐานของความรู้เดิมอย่างโปร่งใส
การใช้ Turnitin อย่างมีจริยธรรมคือการใช้มันเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ไม่ใช่เพื่อหาวิธีหลีกเลี่ยงการตรวจจับ การเรียนรู้ที่จะเขียนอย่างถูกต้อง อ้างอิงอย่างเหมาะสม และสร้างสรรค์ผลงานของตนเอง เป็นทักษะที่มีคุณค่าและจะติดตัวคุณไปตลอดชีวิตการศึกษาและการทำงาน
การเลือกใช้บริการ "รับตรวจ Turnitin" อย่างโปร่งใสและมีจริยธรรม
ในปัจจุบัน มีบริการที่เกี่ยวข้องกับการ "รับตรวจ Turnitin" เกิดขึ้นมากมาย สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้บริการเหล่านี้อย่างชาญฉลาดและมีจริยธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการเรียนรู้ของคุณ
สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกใช้บริการ:
-
เน้นบริการให้คำปรึกษาและสอน: บริการที่ดีควรเน้นการให้คำปรึกษา แนะนำวิธีการปรับแก้ การอ้างอิงที่ถูกต้อง และการถอดความที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนของคุณเอง. เป้าหมายคือการทำให้คุณเข้าใจและสามารถแก้ไขงานได้ด้วยตนเองในอนาคต.
-
หลีกเลี่ยงบริการที่เสนอ "รับแก้" หรือ "รับเขียนแทน": บริการที่เสนอว่าจะ "แก้ Turnitin ให้ผ่าน" หรือ "รับเขียนวิทยานิพนธ์/รายงานแทน" ถือเป็นการส่งเสริมการทุจริตทางวิชาการ ซึ่งขัดต่อหลักจริยธรรมอย่างร้ายแรง และอาจนำไปสู่ผลเสียร้ายแรงต่อตัวคุณเองในระยะยาว.
-
เลือกผู้ช่วยที่มีความรู้ด้านการอ้างอิงและจริยธรรม: หากคุณต้องการความช่วยเหลือในการตรวจสอบงาน ควรเลือกผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนเชิงวิชาการ การอ้างอิง และมีความเข้าใจในหลักจริยธรรมอย่างถ่องแท้ พวกเขาควรจะสามารถชี้แนะจุดที่ต้องแก้ไขและอธิบายเหตุผลได้อย่างชัดเจน.
-
ความโปร่งใส: บริการที่น่าเชื่อถือควรมีความโปร่งใสในกระบวนการทำงาน ค่าใช้จ่าย และขอบเขตของบริการที่ชัดเจน.
การใช้บริการ "รับตรวจ Turnitin" ควรเป็นไปเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ไม่ใช่เพื่อหาทางลัดหรือหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบทางวิชาการ การลงทุนในการพัฒนาทักษะการเขียนและการอ้างอิงที่ถูกต้องคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของคุณ
สรุป: ก้าวสู่การเขียนเชิงวิชาการอย่างมั่นใจ
Turnitin เป็นมากกว่าแค่โปรแกรมตรวจจับความคล้ายคลึง แต่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการเขียนเชิงวิชาการ การทำความเข้าใจพื้นฐาน หลักการทำงาน การตีความรายงาน และการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย จะช่วยให้คุณสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้ได้อย่างเต็มที่
การมุ่งเน้นที่จริยธรรมทางวิชาการ การฝึกฝนการอ้างอิงและการถอดความอย่างถูกต้อง และการเลือกใช้บริการสนับสนุนอย่างชาญฉลาด จะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานวิชาการที่มีคุณภาพ เป็นต้นฉบับ และเป็นที่ยอมรับ
ขอให้คุณก้าวสู่เส้นทางการเขียนเชิงวิชาการด้วยความมั่นใจและภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง
คำถามที่พบบ่อย
Turnitin ตรวจจับการคัดลอกโดยตรงเท่านั้นใช่หรือไม่?
ไม่ Turnitin ตรวจจับความคล้ายคลึงของข้อความ ซึ่งรวมถึงการคัดลอกโดยตรง การถอดความที่ไม่สมบูรณ์ การนำแนวคิดมาใช้โดยไม่ระบุแหล่งที่มา และแม้กระทั่งการนำงานของตนเองที่เคยส่งแล้วมาใช้ซ้ำโดยไม่เหมาะสม
ค่า Turnitin เท่าไหร่ถึงจะ ‘ผ่าน’?
ไม่มีค่า Turnitin มาตรฐานที่ตายตัวว่าเท่าไหร่ถึงจะ ‘ผ่าน’ ค่าที่ยอมรับได้จะแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถาบัน คณะ หรืออาจารย์ผู้สอน ควรสอบถามจากอาจารย์ผู้สอนหรือตรวจสอบระเบียบของสถาบันของคุณโดยตรง
ถ้าคะแนน Turnitin สูง ต้องทำอย่างไร?
หากคะแนน Turnitin สูง ให้ตรวจสอบรายงานความคล้ายคลึงอย่างละเอียด เพื่อดูว่าข้อความส่วนใดที่ถูกเน้นและตรงกับแหล่งที่มาใด จากนั้นให้พิจารณาว่าเป็นการอ้างอิงที่ถูกต้องหรือไม่ หากเป็นการถอดความที่ไม่สมบูรณ์หรือลืมอ้างอิง ให้ปรับแก้โดยการถอดความใหม่ด้วยสำนวนของตนเอง หรือเพิ่มการอ้างอิงให้ถูกต้อง
การ Paraphrase (ถอดความ) ช่วยลดคะแนน Turnitin ได้จริงหรือ?
ได้จริง หากทำอย่างถูกต้อง การถอดความคือการนำแนวคิดหรือข้อมูลจากแหล่งอื่นมาเขียนใหม่ด้วยสำนวนและโครงสร้างประโยคของตนเองอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคำศัพท์เพียงเล็กน้อย การถอดความที่ดีจะช่วยลดความคล้ายคลึงและแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจของคุณในเนื้อหานั้นๆ
การอ้างอิงและบรรณานุกรมจะถูกนับเป็นคะแนนความคล้ายคลึงหรือไม่?
โดยปกติแล้ว Turnitin มีฟังก์ชันที่สามารถตั้งค่าให้ยกเว้นส่วนของบรรณานุกรม รายการอ้างอิง และข้อความที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูดออกจากการคำนวณคะแนนความคล้ายคลึงได้ หากสถาบันของคุณตั้งค่านี้ไว้อย่างถูกต้อง ส่วนเหล่านี้จะไม่ถูกนับรวมในคะแนน อย่างไรก็ตาม การจัดรูปแบบการอ้างอิงและบรรณานุกรมที่ถูกต้องยังคงเป็นสิ่งสำคัญ
สามารถตรวจ Turnitin ด้วยตัวเองก่อนส่งงานได้หรือไม่?
ได้ หากสถาบันการศึกษาของคุณมีบริการให้เข้าถึง Turnitin โดยตรง หรือคุณสามารถใช้บริการให้คำปรึกษาด้านการเขียนเชิงวิชาการที่มีจริยธรรม ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบงานและปรับปรุงแก้ไขก่อนส่งจริงได้