ปัญหาที่พบบ่อยในการเขียนกิตติกรรมประกาศ และสิ่งที่คุณจะได้รับจากบทความนี้
สำหรับนักศึกษา นักวิจัย หรือผู้ที่กำลังจัดทำผลงานวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นวิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือรายงานการฝึกงาน หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญของ กิตติกรรมประกาศ หรืออาจรู้สึกสับสนว่าควรเขียนอย่างไรให้ถูกต้องและเหมาะสม บางครั้งก็ไม่แน่ใจว่าใครบ้างที่ควรกล่าวถึง หรือใช้ภาษาแบบไหนถึงจะดูเป็นทางการและสุภาพ
ปัญหาเหล่านี้อาจนำไปสู่การเขียนกิตติกรรมประกาศที่ไม่สมบูรณ์ ขาดตกบกพร่อง หรือแม้กระทั่งดูไม่เป็นมืออาชีพ ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพรวมของผลงานวิชาการของคุณได้ แต่ไม่ต้องกังวล! บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจทุกแง่มุมของกิตติกรรมประกาศอย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมาย ความสำคัญ โครงสร้าง ไปจนถึงตัวอย่างและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย พร้อม เช็กลิสต์ตรวจงาน ที่จะช่วยให้คุณมั่นใจว่ากิตติกรรมประกาศของคุณสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
เมื่ออ่านจบ คุณจะสามารถเขียนกิตติกรรมประกาศได้อย่างมั่นใจ ถูกต้องตามหลักวิชาการ และแสดงความขอบคุณได้อย่างเหมาะสมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
กิตติกรรมประกาศ คืออะไร? ความหมายและความสำคัญในงานวิชาการ
กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement) คือ ส่วนหนึ่งของงานวิชาการที่ผู้เขียนใช้เพื่อแสดงความขอบคุณและยกย่องบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยเหลือ สนับสนุน หรือให้คำแนะนำตลอดกระบวนการจัดทำผลงานนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูล การให้ทุน การอำนวยความสะดวก หรือแม้แต่กำลังใจ
โดยทั่วไปแล้ว กิตติกรรมประกาศจะปรากฏอยู่หลังบทคัดย่อและคำนำ แต่ก่อนเข้าสู่เนื้อหาหลักของงานวิจัยหรือวิทยานิพนธ์ แม้จะดูเป็นส่วนเสริม แต่กิตติกรรมประกาศมีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงจริยธรรมและมารยาททางวิชาการ เพราะเป็นการให้เครดิตแก่ผู้มีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการ และสะท้อนถึงความเคารพและความซาบซึ้งของผู้เขียนต่อความช่วยเหลือที่ได้รับ
การเขียนกิตติกรรมประกาศที่ดีจึงไม่ใช่แค่การเขียนขอบคุณทั่วไป แต่เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบทางวิชาการ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเครือข่ายผู้สนับสนุนงานของคุณ หากคุณต้องการทำความเข้าใจส่วนประกอบอื่นๆ ของงานวิชาการให้ครบถ้วน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือบทคัดย่อ คำนำ และกิตติกรรมประกาศ ฉบับสมบูรณ์
ทำไมต้องเขียนกิตติกรรมประกาศ? มากกว่าแค่การขอบคุณ
การเขียนกิตติกรรมประกาศมีวัตถุประสงค์และความสำคัญที่ลึกซึ้งกว่าแค่การกล่าวคำขอบคุณทั่วไป ดังนี้:
- แสดงความรับผิดชอบทางจริยธรรม: เป็นการให้เครดิตแก่ผู้มีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญาโดยไม่ได้ตั้งใจ และแสดงให้เห็นว่าคุณเคารพในความพยายามของผู้อื่น
- สร้างความน่าเชื่อถือ: การกล่าวถึงแหล่งที่มาของความช่วยเหลือ เช่น แหล่งทุน หรือผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำแนะนำ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลงานของคุณ เนื่องจากแสดงให้เห็นว่างานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนและตรวจสอบจากหลายฝ่าย
- เป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมปฏิบัติทางวิชาการ: การเขียนกิตติกรรมประกาศเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานในแวดวงวิชาการ แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและมารยาทที่ดีของผู้เขียน
- บันทึกประวัติการสนับสนุน: เป็นการบันทึกอย่างเป็นทางการว่าใครบ้างที่ให้การสนับสนุนงานวิจัยนี้ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับการอ้างอิงในอนาคต หรือสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครือข่ายการสนับสนุนงานวิจัยในสาขานั้น ๆ
- สร้างแรงจูงใจและกำลังใจ: การได้รับคำขอบคุณอย่างเป็นทางการย่อมสร้างความรู้สึกที่ดีและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งอาจนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีในอนาคต
ดังนั้น กิตติกรรมประกาศจึงเป็นส่วนสำคัญที่สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพและความเข้าใจในหลักปฏิบัติทางวิชาการของผู้เขียน
ใครบ้างที่ควรกล่าวถึงในกิตติกรรมประกาศ?
การระบุผู้ที่ควรกล่าวถึงในกิตติกรรมประกาศอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ ควรพิจารณาจากระดับความสำคัญและประเภทของการช่วยเหลือ โดยทั่วไปแล้ว สามารถแบ่งกลุ่มผู้ที่ควรกล่าวถึงได้ดังนี้:
- อาจารย์ที่ปรึกษา (Advisor/Supervisor): เป็นบุคคลสำคัญที่สุดที่ควรกล่าวถึงเป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นผู้ให้คำแนะนำ กำกับดูแล และให้ความช่วยเหลือตลอดกระบวนการทำวิจัย
- คณะกรรมการสอบ (Examination Committee): หากมีการสอบป้องกันผลงาน ควรกล่าวขอบคุณคณะกรรมการที่สละเวลาและให้ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์
- ผู้ให้ทุนสนับสนุน (Funding Bodies/Sponsors): หากงานวิจัยได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลใด ๆ ควรกล่าวขอบคุณอย่างชัดเจนและระบุชื่อแหล่งทุนให้ถูกต้อง
- ผู้ให้ข้อมูล/ผู้ร่วมวิจัย (Data Providers/Collaborators): บุคคลหรือหน่วยงานที่ให้ข้อมูลสำคัญในการวิจัย เช่น ผู้ให้สัมภาษณ์ ผู้ตอบแบบสอบถาม เจ้าหน้าที่ห้องสมุด หรือผู้ที่อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล
- ผู้ให้คำปรึกษาหรือผู้ช่วยด้านเทคนิค/ภาษา (Consultants/Technical/Language Assistants): หากได้รับความช่วยเหลือด้านเทคนิคเฉพาะทาง เช่น การวิเคราะห์ทางสถิติ การใช้เครื่องมือ หรือการตรวจสอบความถูกต้องทางภาษา ควรกล่าวขอบคุณอย่างเหมาะสม โดยเน้นย้ำว่าความช่วยเหลือเหล่านั้นเป็นการสนับสนุนให้งานของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไม่ใช่การทำแทน
- เพื่อนร่วมงาน/เพื่อนร่วมชั้น (Colleagues/Classmates): ผู้ที่ให้คำแนะนำ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือให้กำลังใจตลอดช่วงเวลาการทำงาน
- ครอบครัวและบุคคลใกล้ชิด (Family and Close Ones): ผู้ที่ให้กำลังใจ สนับสนุน และเข้าใจในความทุ่มเทของคุณ แม้จะเป็นการสนับสนุนทางด้านจิตใจ แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง
ลำดับการกล่าวถึงมักจะเรียงตามความสำคัญและระดับของการช่วยเหลือ โดยอาจารย์ที่ปรึกษาและแหล่งทุนมักจะถูกกล่าวถึงก่อนเป็นอันดับแรก ๆ หากคุณต้องการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียน กิตติกรรมประกาศ ในบริบทต่าง ๆ สามารถดูได้จากบทความอื่น ๆ ของเรา
โครงสร้างและองค์ประกอบสำคัญของกิตติกรรมประกาศ
การเขียนกิตติกรรมประกาศที่มีประสิทธิภาพควรมีโครงสร้างที่ชัดเจนและครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้:
- คำกล่าวเปิด (Opening Statement): เริ่มต้นด้วยการแสดงความขอบคุณโดยรวมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มักใช้ถ้อยคำที่สุภาพและเป็นทางการ เช่น “การจัดทำ [ชื่อผลงาน] ฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยความอนุเคราะห์และการสนับสนุนจาก…”
- การกล่าวขอบคุณเฉพาะเจาะจง (Specific Acknowledgements):
- อาจารย์ที่ปรึกษา: กล่าวถึงชื่อ ตำแหน่ง และความช่วยเหลือที่ได้รับอย่างละเอียด เช่น “ขอขอบพระคุณ [ชื่ออาจารย์] อาจารย์ที่ปรึกษา ที่ได้กรุณาให้คำแนะนำ ตรวจสอบแก้ไข และให้กำลังใจมาโดยตลอด”
- แหล่งทุน: ระบุชื่อหน่วยงานหรือองค์กรที่ให้ทุนสนับสนุน พร้อมทั้งขอบคุณที่เล็งเห็นความสำคัญของงานวิจัย
- ผู้ให้ข้อมูล/ผู้ร่วมวิจัย: ขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงานที่ให้ข้อมูล อำนวยความสะดวก หรือมีส่วนร่วมในการเก็บข้อมูล
- ผู้ให้คำปรึกษา/ผู้ช่วย: ขอบคุณผู้ที่ให้คำปรึกษาด้านเทคนิค สถิติ หรือการตรวจทานภาษา
- เพื่อนร่วมงาน/ครอบครัว: กล่าวขอบคุณสำหรับกำลังใจและการสนับสนุน
- การแสดงความรับผิดชอบ (Disclaimer of Responsibility): เป็นส่วนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงจริยธรรมทางวิชาการ โดยระบุว่าข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องใด ๆ ในผลงานเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว เช่น “ข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องใด ๆ ใน [ชื่อผลงาน] ฉบับนี้ ผู้เขียนขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว”
- คำกล่าวปิดท้าย (Closing Statement): ลงท้ายด้วยการแสดงความหวังว่าผลงานนี้จะเป็นประโยชน์ หรือกล่าวขอบคุณอีกครั้งอย่างสุภาพ
การจัดลำดับความสำคัญในการกล่าวถึงบุคคลหรือหน่วยงานควรเป็นไปตามระดับความสำคัญของการช่วยเหลือที่ได้รับ และควรใช้ภาษาที่สุภาพ เป็นทางการ และกระชับ หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนแต่ละส่วน สามารถดูได้ที่ การเขียนกิตติกรรมประกาศ
ตัวอย่างกิตติกรรมประกาศที่ถูกต้องและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาตัวอย่างและข้อผิดพลาดเหล่านี้
ตัวอย่างกิตติกรรมประกาศที่ถูกต้อง (สำหรับวิทยานิพนธ์)
“การจัดทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อการเพาะปลูกข้าวในภาคเหนือของประเทศไทย” ฉบับนี้ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยความอนุเคราะห์และความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย
ผู้เขียนขอกราบขอบพระคุณ รองศาสตราจารย์ ดร. สมชาย ใจดี อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ ที่ได้กรุณาให้คำแนะนำ ตรวจสอบแก้ไข ให้ข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ และให้กำลังใจในการทำงานวิจัยมาโดยตลอด ทำให้วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ขอขอบพระคุณ คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ ทุกท่าน ที่ได้สละเวลาอันมีค่า ให้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปรับปรุงแก้ไขวิทยานิพนธ์
ขอขอบพระคุณ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่ได้อนุมัติทุนสนับสนุนการวิจัย ทำให้การดำเนินงานวิจัยเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
ขอขอบพระคุณ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ทุกท่าน ที่ได้กรุณาให้ข้อมูลและให้ความร่วมมือในการสัมภาษณ์และตอบแบบสอบถาม ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลการวิจัย
ขอขอบพระคุณ คุณสมหญิง เก่งมาก นักสถิติ ที่ได้ให้คำปรึกษาและแนะนำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติอย่างถูกต้องและแม่นยำ
สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณ ครอบครัวและเพื่อน ๆ ทุกคน ที่เป็นกำลังใจและแรงผลักดันสำคัญ ทำให้ผู้เขียนมีกำลังใจในการทำงานจนสำเร็จลุล่วง
คุณค่าและประโยชน์อันพึงมีจากวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้เขียนขอน้อมอุทิศแด่ผู้มีพระคุณทุกท่าน ส่วนข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ผู้เขียนขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว”
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเขียนกิตติกรรมประกาศ
- เขียนสั้นเกินไปหรือไม่ละเอียดพอ: เช่น “ขอขอบคุณอาจารย์และเพื่อน ๆ” โดยไม่ระบุชื่อหรือความช่วยเหลือที่ได้รับ ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือและไม่แสดงความซาบซึ้งอย่างแท้จริง
- ใช้ภาษาไม่เป็นทางการ: การใช้ภาษาพูดหรือภาษาที่ไม่สุภาพ อาจทำให้งานวิชาการดูไม่เป็นมืออาชีพ
- ลืมกล่าวถึงผู้สำคัญ: เช่น ลืมขอบคุณแหล่งทุน หรืออาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดร้ายแรง
- กล่าวถึงผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่จำเป็น: การกล่าวถึงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานวิจัยมากเกินไป อาจทำให้กิตติกรรมประกาศดูยืดยาวและไม่กระชับ
- ลำดับความสำคัญผิด: การกล่าวถึงเพื่อนก่อนอาจารย์ที่ปรึกษา หรือแหล่งทุน อาจทำให้ดูไม่เหมาะสม
- ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบ: การไม่ระบุว่าข้อผิดพลาดเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน อาจทำให้ขาดจริยธรรมทางวิชาการ
- คัดลอกสำนวนจากผู้อื่น: ควรเขียนด้วยสำนวนของตนเอง เพื่อแสดงความจริงใจและหลีกเลี่ยงการลอกเลียนแบบ
สำหรับผู้ที่กำลังเขียนรายงานการฝึกงาน หรือต้องการตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ กิตติกรรมประกาศ ฝึกงาน
เช็กลิสต์ตรวจงาน: กิตติกรรมประกาศของคุณสมบูรณ์แล้วหรือยัง?
ก่อนส่งผลงานวิชาการ ลองใช้เช็กลิสต์นี้เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของกิตติกรรมประกาศของคุณ:
| รายการตรวจสอบ | ใช่/ไม่ใช่ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 1. มีคำกล่าวเปิดที่สุภาพและเป็นทางการหรือไม่? | ||
| 2. ได้กล่าวขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างชัดเจนและละเอียดหรือไม่? | ระบุชื่อและบทบาท | |
| 3. ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการสอบ (ถ้ามี) หรือไม่? | ||
| 4. ได้กล่าวขอบคุณแหล่งทุนสนับสนุน (ถ้ามี) อย่างถูกต้องหรือไม่? | ระบุชื่อหน่วยงาน | |
| 5. ได้กล่าวขอบคุณผู้ให้ข้อมูล/ผู้ร่วมวิจัย/ผู้ที่อำนวยความสะดวกหรือไม่? | ||
| 6. ได้กล่าวขอบคุณผู้ให้คำปรึกษาด้านเทคนิค/ภาษา (ถ้ามี) หรือไม่? | เน้นย้ำว่าเป็นผู้สนับสนุน ไม่ใช่ผู้ทำแทน | |
| 7. ได้กล่าวขอบคุณครอบครัว/เพื่อน/ผู้ใกล้ชิด (ถ้าต้องการ) หรือไม่? | ||
| 8. ลำดับการกล่าวถึงบุคคล/หน่วยงานเหมาะสมตามความสำคัญหรือไม่? | ||
| 9. ใช้ภาษาที่สุภาพ เป็นทางการ และกระชับตลอดทั้งฉบับหรือไม่? | ||
| 10. มีการแสดงความรับผิดชอบต่อข้อผิดพลาดของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียวหรือไม่? | ||
| 11. มีคำกล่าวปิดท้ายที่เหมาะสมหรือไม่? | ||
| 12. ตรวจสอบการสะกดคำและไวยากรณ์เรียบร้อยแล้วหรือไม่? |
หากคุณตอบ “ใช่” ครบทุกข้อ แสดงว่ากิตติกรรมประกาศของคุณมีความสมบูรณ์และพร้อมสำหรับการนำเสนอแล้ว!
สรุป: กิตติกรรมประกาศ หัวใจสำคัญที่สะท้อนจริยธรรมทางวิชาการ
กิตติกรรมประกาศอาจดูเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ในงานวิชาการ แต่แท้จริงแล้วกลับมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแสดงออกถึงความรับผิดชอบทางจริยธรรม มารยาททางวิชาการ และความซาบซึ้งของผู้เขียนต่อทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุน การทำความเข้าใจความหมาย โครงสร้าง และหลักการเขียนที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณสามารถสร้างสรรค์กิตติกรรมประกาศที่สมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลงานของคุณ
อย่ามองข้ามส่วนนี้ แต่จงใช้โอกาสนี้ในการแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจและเป็นทางการ เพื่อให้ผลงานวิชาการของคุณสมบูรณ์แบบในทุกมิติ
คำถามที่พบบ่อย
กิตติกรรมประกาศจำเป็นต้องมีเสมอไปหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว งานวิชาการขนาดใหญ่ เช่น วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือดุษฎีนิพนธ์ มักจะมีกิตติกรรมประกาศเป็นส่วนหนึ่งเสมอ เพื่อแสดงความขอบคุณและให้เครดิตผู้มีส่วนร่วม สำหรับรายงานหรือบทความวิชาการขนาดเล็ก อาจไม่จำเป็นต้องมี แต่ก็สามารถใส่ได้หากมีผู้ให้ความช่วยเหลือที่สำคัญ
ควรเขียนกิตติกรรมประกาศยาวแค่ไหน?
ความยาวที่เหมาะสมมักจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 หน้ากระดาษ A4 หรือประมาณ 1 ย่อหน้าสำหรับแต่ละกลุ่มบุคคลที่กล่าวถึง ควรเขียนให้กระชับ ชัดเจน และตรงประเด็น ไม่ควรยาวหรือสั้นจนเกินไป
สามารถกล่าวถึงครอบครัวหรือเพื่อนสนิทได้หรือไม่?
ได้ การกล่าวถึงครอบครัว เพื่อน หรือบุคคลใกล้ชิดที่ให้กำลังใจและสนับสนุนทางด้านจิตใจ ถือเป็นเรื่องปกติและเหมาะสมในกิตติกรรมประกาศ โดยมักจะกล่าวถึงในส่วนท้าย ๆ ของกิตติกรรมประกาศ
ถ้างานวิจัยไม่ได้รับทุน ควรเขียนอย่างไร?
หากงานวิจัยของคุณไม่ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ก็ไม่จำเป็นต้องมีส่วนที่กล่าวขอบคุณแหล่งทุนในกิตติกรรมประกาศ ให้ข้ามส่วนนี้ไปและเน้นการขอบคุณบุคคลอื่น ๆ ที่ให้ความช่วยเหลือแทน
ควรใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าอะไรในกิตติกรรมประกาศ?
ในงานวิชาการที่เป็นทางการ มักนิยมใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า “ผู้เขียน” หรือ “ผู้วิจัย” เพื่อให้ดูเป็นทางการและเป็นกลาง ไม่นิยมใช้ “ผม” “ดิฉัน” หรือ “เรา”
กิตติกรรมประกาศกับการขอบคุณในบทนำต่างกันอย่างไร?
กิตติกรรมประกาศเป็นส่วนที่แยกออกมาโดยเฉพาะเพื่อแสดงความขอบคุณต่อผู้มีส่วนช่วยเหลือทั้งหมดอย่างเป็นทางการและละเอียด ส่วนการขอบคุณในบทนำ (ถ้ามี) มักจะเป็นการกล่าวถึงภาพรวมของความสำคัญของงานวิจัยและอาจมีการกล่าวถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในเชิงกว้าง ๆ เท่านั้น ไม่ได้ลงรายละเอียดเท่ากิตติกรรมประกาศ